อย่าให้สะดุด!!

อย่าให้สะดุด!!

,

พักเรื่องราวของทีมชาติไทยชุดใหญ่ เอาไว้ก่อน

,

แล้วหันมาส่องดูข่าวคราวของทีมช้างศึก ยู23 กันดูบ้าง 

,

หลังพวกเขาเพิ่งจับฉลากฟุตบอล ชิงแชมป์เอเชีย 2024 รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย (2024 AFC U-23 Asian Cup)

,

ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่จะหา 3 ชาติเป็นตัวแทนทวีปเอเชีย ไปแข่งขันฟุตบอลชายในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่ปารีส 

,

และชาติอันดับสี่ไปเตะเพลย์ออฟกับทวีปอื่น เพื่อชิงอีก 1 ที่นั่ง 

,

โดยแข้งช้างศึกพลังหนุ่ม จับติ้วไปอยู่ กลุ่มซี ร่วมกับ ซาอุดีอาระเบีย, อิรัก และ ทาจิกิสถาน ซึ่งต้องถือว่าหนักเอาการ 

,

แต่สำหรับการดวลแข้งในรอบสุดท้ายอย่างนี้ ทุกชาติล้วนแต่แข็งแกร่งด้วยกันทั้งสิ้น 

,

ไอ้เรื่องจะเจอทีมรองบ่อนให้เถือ เหมือนในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา 

,

ย่อมไม่มีให้เห็นกันอีกแล้ว  

,

สำหรับคู่แข่งร่วมสายของไทย ดูจากชื่อชั้นเมื่อวัดมาตรฐานจากทีมชาติชุดใหญ่แล้ว 

,

เราน่าจะอยู่ในเลเวลเดียวกับ ทาจิกิสถาน ซึ่งมีโอกาสเก็บ 3 แต้มได้ 

,

ส่วน ซาอุฯ กับ อิรัก มองเผินๆ เหมือนแข้งช้างศึกเป็นรองหลายช่วงตัว 

,

แต่จริงๆ แล้ว ฟุตบอลในระดับยู23 อย่างนี้ แต่ละชาติที่ตีตั๋วผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย

,

มาตรฐานฝีเท้าไม่น่าจะห่างกันมากนัก 

,

ลุ้นผล ชนะ-เสมอ-แพ้ แต่ละนัด ออกได้หมดทั้ง 3 หน้า 

,

เรียกว่าไอ้เรื่องจะไล่ต้อนถล่มกันกระจุย กระจาย คงไม่มีให้เห็นแน่!! 

,

โดยเฉพาะทีมชาติไทย ในรุ่น 23 ปี 

,

ที่ขุมกำลังโดยรวม ถ้าเราได้นักเตะมาฟูลทีมจริง รับรองไม่เป็นสองรองใคร    

,

ไม่ว่าจะเป็น “เจ้าหนึ่ง” ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว, ธีระศักดิ์ เผยพิมาย, ยศกร บูรพา 

,

ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์, ลีออน พิชญ เจมส์, อิรฟาน ดอเลาะ, ปุรเชษฐ์ ทอดสนิท, เศรษฐสิทธิ์ สุวรรณเศรษฐ์ ฯลฯ 

,

รวมทั้ง โจนาธาร เข็มดี ซึ่งอาจเปลี่ยนใจกลับมารับใช้ชาติอีกครั้ง 

,

ขณะที่ “โฟแบร์” อนันต์ ยอดสังวาลย์ ก็น่าจะหายเจ็บกลับมาทันพอดี 

,

ยังไม่นับ “เจ้าแบงค์” ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา ที่สามารถลงมาช่วยล่าตาข่ายให้ทีมช้างศึกรุ่นนี้ได้ 

,

ถ้าได้รับไฟเขียวจากสโมสรต้นสังกัด โอเอช ลูเวิน ในเบลเยียม   

,

ส่วนกุนซือที่คุมทัพ ชั่วโมงนี้ “โค้ชหระ” อิสสระ ศรีทะโร ก็เหมาะสมที่สุดแล้ว 

,

เพราะทำทีมต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้น มีข้อมูลของทีมยู23 อยู่เต็มสมอง

,

จะหาใครเข้ามารับหน้าที่แทน…ก็คงลำบาก   

,

ซึ่งจะว่าไป ผลงานของ “โค้ชหระ” ก็ถือว่าไม่ได้ขี้เหร่ ทำทีมชุดนี้ได้ตามเป้าทุกทัวร์นาเมนต์ 

,

แถมเจ้าตัวยังค่อนข้างถูกโฉลกกับการเจอกับทีมจากตะวันออกกลางเป็นพิเศษอีกต่างหาก

,

ดูได้จากผลงานอุ่นเครื่องในศึกโดฮาคัพ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา 

,

บวกกับ เอเชียนเกมส์ หางโจว ที่แม้จะโดนอิหร่าน เขี่ยตกรอบ 16 ทีม 

,

แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่เป็นรองยักษ์ใหญ่เอเชีย ทั้งที่ไม่ได้ใช้นักเตะชุดที่ดีที่สุดลงไปต่อกร

,

ต้องบอกเลยว่าการวางแท็กติกของ “โค้ชหระ” นั้นถือว่าสอบผ่านสบายๆ   

,

อย่าง ซาอุดีอาระเบีย รุ่นนี้ เราก็ก็เคยเจอมาแล้ว และเสมอกันมาอย่างดุเดือด 2-2 

,

แสดงว่าถ้าตัวผู้เล่นเราสมบูรณ์ฟูลทีมแบบเต็มๆ ก็ไม่จำเป็นต้องกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น 

,

กลัวอย่างเดียว คือการเตรียมทีมในช่วงเวลาที่เหลือนับจากนี้ 

,

ว่าสมาคมลูกหนังไทย จะให้ความสำคัญกับการคัดโอลิมปิก…ที่รออยู่ มากน้อยแค่ไหน? 

,

อย่าลืมว่าศึกชิงแชมป์เอเชีย ที่จะมีขึ้นในปีหน้า ระหว่างวันที่ 15 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2567 ที่กาตาร์ 

,

ไม่ได้อยู่ในช่วง “ฟีฟ่าเดย์” 

,

ดังนั้นการประสานงานขอตัวผู้เล่นที่ต้องการกับทางสโมสร

,

จึงถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ที่ทางสมาคมฯ และผู้รับผิดชอบต้องเตรียมทำการบ้านกันแต่เนิ่นๆ

,

ก็ภาวนาขอให้การเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงต้น ก.พ. 67 

,

เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางบวก…อย่างที่แฟนบอลต้องการจะเห็น   

,

รอยต่อของการเตรียมทีมชาติทั้งชุดใหญ่ และชุดยู 23 

,

จะได้ไม่สะดุด หยุดสต๊อป! 

,

จนทำให้เราต้องหมดลุ้นทั้ง ‘บอลโลก’ และ ‘บอลโอลิมปิก’  

,

ไปพร้อมๆ กัน…โดยปริยาย!!

,

– บี บางปะกง – 
            [email protected]

Rate this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *