"แม็คทอม" ฮีโร่เหมาสองนำ แมนยู เฉือน เชลซี 2-1

เริ่มเกมมาได้ 3 นาที ราสมุส ฮอยลุนด์ มีโอกาสได้ซัดประตูในเขตโทษ แต่โดน โรเบิร์ต ซานเชซ ปัดได้อย่างหวุดหวิด หลังจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ยังทำเกมได้อย่างต่อเนื่อง 
 เข้าสู่นาทีที่ 7 อันโตนี่ โดน เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ เสียบล้มในเขตโทษ กรรมการปล่อยให้เกมเล่นต่อจนกระทั่งบอลออกสนาม ค่อยกลับมาเช็ควีเออาร์ และจากนั้นก็เป่าเป็นจุดโทษให้เจ้าบ้าน แต่น่าเสียดายที่ บรูโน่ เฟอร์นานเดซ ยิงไปติดเซฟ ซานเชซ ก่อนที่ ฮอยลุนด์ จะซ้ำแต่บอลเหินข้ามคานแบบไม่มีลุ้น
จากนั้นอีก 4 นาที เชลซี มีโอกาสทองเมื่อ มิไคโล มูดริค หลุดเข้าไปซัดแต่ชนเสาออกหลังประตู ขณะที่ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ก็หลุดไปซัดแต่โดน ซานเชซ ใช้ขาเซฟได้อย่างสุดยอด
แมนฯ ยูฯ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 19 การ์นาโช่ มีโอกาสผ่านบอลให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ได้ยิงไปติดกองหลัง เชลซี แต่ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ จัดการซัดบอลเข้าประตูไม่เหลือซาก 
นาทีที่ 31 แม็คโทมิเนย์ มีโอกาสซัดโหม่งแต่ติดขา ซานเชซ และได้ซ้ำอีกครั้งแต่เข้ามือ ซานเชซ อีกครั้ง จากนั้นอีกนาทีถัดมา เชลซี ได้ลุ้นตีเสมอ เมื่อ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้บอลหลุดเดี่ยวเข้าไปในเขตโทษ ก่อนส่งให้ นิโคล่า แจ็คสัน แต่ยิงติดเซฟ อ็องเดร โอนาน่า 
จากนั้นในนาทีที่ 35 แจ็คสัน กระดกบอลให้ มูดริค หลุดเข้าไปซัดแต่ยิงไม่ได้ออกข้างเสาอย่างน่าเสียดาย 
ความพยายามของ “สิงห์บลูส์” มาประสบความสำเร็จเมื่อ โคล พาลเมอร์ ได้บอลบริเวณเส้นกรอบเขตโทษก่อนจะยิงหักข้อบอลค่อยๆ ผ่านมือ โอนาน่า เข้าไปตุงตาข่าย ส่งให้ทีมเยือนตีเสมอ 1-1
เกมนี้ทดเวลา 8 นาทีแต่ไม่มีฝ่ายไหนทำประตูเพิ่มได้ จบครึ่งแรกเสมอกัน 1-1
ครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เสมอ เชลซี 1-1
ครึ่งหลังเจ้าบ้านสร้างโอกาสได้หลายครั้ง แต่ขาดความเฉียบคม ขณะที่ เชลซี ต้องรอจังหวะสวนกลับอย่างเดียว และไม่ค่อยมีโอกาสที่จะความหวาดเสียวมากนัก แต่นาทีที่ 60 อันโตนี่ ยิงแฉลบแข้ง “สิงห์บลูส์” บอลหลุดเสาไปนิดเดียว
จนกระทั่งในนาทีที่ 70 “ปีศาจแดง” ได้เฮอีกครั้งเมื่อ การ์นาโช่ มีโอกาสได้เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษ และ แม็คโทมิเนย์ วิ่งสอดเข้ามาโหม่งทำประตูให้ทีมขึ้นนำ 2-1
นาทีที่ 79 แมนยูเกือบได้ประตูอีกครั้งเมื่อ การ์นาโช่ ได้โอกาสชาร์จบอลระยะไม่ถึง 6 หลา แต่บอลเฉียวเสาไกลหวุดหวิด
ช่วงเวลาที่เหลือ เชลซี พยายามที่จะทำประตูตีเสมอให้ได้ แต่ก็ไม่สำเร็จ ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสสวนกลับหลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่ขาดความเฉียบคม จบเกม “ผีแดง” คว้าชัยชนะด้วยสกอร์ 2-1 
แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : อ็องเดร โอนาน่า ; ดีโอโก้ ดาโลต์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ (เซร์คิโอ เรกีลอน น. 46) , ลุค ชอว์ ; สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, โซฟียาน อัมราบัต , บรูโน่ แฟร์นันด์ส ; อันโตนี่ , อเลฮานโดร การ์นาโช่ (จอนนี่ อีแวนส์ น. 90+2) , ราสมุส ฮอยลุนด์ (มาร์คัส แรชฟอร์ด น. 84) 
เชลซี (4-2-3-1) : โรเบิร์ต ซานเชซ ; ลีวาย โคลวิลล์,อักแซล ดิซาซี่, ติอาโก้ ซิลวา, มาร์ค กูกูเรย่า (ริซ เจมส์ น. 46) ; มอยเซส ไกเซโด้, เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ,โคล พาลเมอร์; ราฮีม สเตอร์ลิง, มิไคโล มูดริค (อาร์มันโด้ โบรย่า น. 71) , นิโกลัส แจ็คสัน

อัพเดทข่าวสารวงการกีฬา ฟุตบอล ผลบอล ผลฟุตบอลทั่วโลก ฟรีเมียร์ลีก
ไทยลีก ฟุตบอลโลก ยูฟ่าแซมเปี้ยนส์ลีก พร้อมทั้งวิเคราะห์บอล จากสยามกีฬา
สตาร์ชอคเก้อร์ สปอร์ตพูล

บริษัท สยามสปอร์ต ซินติเคท จำกัด (มหาชน)
เลขที่ 66/26 – 29 ซอยรามอินทรา
40
ถนนรามอินทรา แขวงนวลจันทร์
เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230

.

Rate this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *